เซนต์จอห์นก้าวหน้าลุยธุรกิจอสังหาฯ

saint_johns_universityนายชัยณรงค์ มนเทียรวิเชียรฉาย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซาแลน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด บอกกล่าวว่า เซนต์จอห์นลุยธุรกิจอสังหาฯ ได้ตัดสินใจนำที่ดินส่วนใดส่วนหนึ่งจำนวน 13 ไร่ จากทั้งหมด 20 กว่าไร่ มาพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ สำหรับมองว่าสถานที่ตั้งมหาวิทยาลัยนั้นคับแคบไป ภายหลังที่เปิดการเรียนการสอนมาประมาณ 54 ปี จึงมีความคิดที่จะย้ายสถานศึกษาออกไปอยู่ในทำเลอื่นแทน แต่ขณะเดียวกันที่ดินดังกล่าวก็จะต้องนำไปสร้างรายได้ให้กับมหาวิทยาลัยด้วย ซึ่งใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลอยู่ 3 ปี จึงเป็นที่มาสำหรับการพัฒนาโครงการ “เดอะ เซนต์ เรสิเดนท์เซส”

เซนต์จอห์นลุยธุรกิจอสังหาฯ โครงการดังกล่าวกำหนดพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม บนพื้นที่ 7 ไร่ จำนวน 3 อาคาร สูง 41 ชั้น ขนาด 30-134 ตารางเมตร

ราคาเริ่มต้นที่ 3.5 ล้านบาทขึ้นไป จำนวน 1,537 หน่วย (ยูนิต) มูลค่าโครงการ 10,000 ล้านบาท ย้ำกลุ่มลูกค้าวัยทำงาน จะเปิดขายอาคาร C ก่อนในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 อย่างเดียวขณะนี้มีผู้สนใจจองแล้วคิดเป็นมูลค่ากว่า 200 ล้านบาท จะเปิดตัวโครงการอย่างเป็นทางการในเดือนกุมภาพันธ์ 2558 ประมาณการว่าจะสามารถปิดการขายได้ภายใน 3 ปี ด้านการก่อสร้างจะเปิดฉากดำเนินการไม่เกินไตรมาส 1/2558 ส่วนที่ดินด้านหน้าพร้อมทั้งหลังโครงการอีกกว่า 5 ไร่ มีแผนจะพัฒนาเป็นศูนย์การค้าชุมชน (คอมมูนิตี้มอลล์)

“ทิศทางการจัดการนับจากนี้ เซนต์จอห์นลุยธุรกิจอสังหาฯ จะรุกการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์อย่างสืบเนื่อง ภายใต้การดำเนินงานของบริษัท ซาแลน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ส่วนด้านการศึกษา จะอยู่ภายใต้การจากงานต่อบริษัท สมัย ชินะผา จำกัด ซึ่งทั้ง 2 บริษัทจะอยู่ภายใต้บริษัท เซนต์จอห์น โฮลดิ้ง จำกัด”นายชัยณรงค์ กล่าว

แกรนด์โฮมมาร์ท เพิ่มรายได้ รองรับแผน 5 ปี ปรับโฉมโชว์รูมสู่คอมมูนิตีมอลล์

“แกรนด์โฮมมาร์ท” ปูทางเพิ่มรายได้ รองรับแผน 5 ปี

“แกรนด์โฮมมาร์ท” ปูทางเพิ่มรายได้ รองรับแผน 5 ปี

1 ใน 3 ผู้นำตลาดกระเบื้อง-สุขภัณฑ์ แกรนด์โฮมมาร์ท เดินหน้าปรับโฉมโชว์รูมไปสู่คอมมูนิตีมอลล์ บวกรายได้ธุรกิจเช่า รองรับแผน 5 ปี ผลักยอดขายแตะ 10,000 ล้านบาท พร้อมทั้งตั้งเป้ายอดขายปี 58 โตส่วนตลาด 10-15% มั่นใจปี 57 ยอดขายรวม 4,500 ล้านบาท หรือว่าโต 10% จากปีก่อน ครั้งล่าสุด ทุ่มพันล้านบาทก่อสร้างแกรนด์โฮมมาร์ทเมกะบางนา หมายปรับโฉมสาขารัตนาธิเบศร์ เป็นอาคารสูง 20 ชั้น รองรับโชว์รูม พลาซ่า ออฟฟิศเช่า พร้อมกับเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ หมายใช้งบ 1,000 ล้านบาท หลังลงทุนสร้างคลังสินค้าในสาขาบางบัวทองกว่า 500 ล้านบาท

นางประไพ ทยานุวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์โฮมมาร์ท จำกัด กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถปิดการขายรวมที่ 44,500 ล้านบาท หรือไม่มียอดขายเติบโตจากปีที่ผ่านมา 10% ส่วนในปี2558 บริษัทตั้งเป้าว่าจะมียอดขายรวมเติบโตจากปีนี้ 10-15% ซึ่งส่วนทางกับตลาดรวมกระเบื้องพร้อมด้วยสุขภัณฑ์ที่คาดเดาว่าในปีหน้าจะยังคงทรงตัวต่อเนื่องจากปีนี้ เพราะว่าปัจจุบันตลาดรวมกระเบื้องพร้อมกับสุขภัณฑ์มีมูลค่ารวมประมาณ 50,000 ล้านบาท เพราะว่าแกรนด์โฮมมาร์ท ถือเป็น 1 ใน 3 ของผู้นำตลาดดังกล่าว ถึงกระนั้นก็ตาม บริษัทวางเป้าว่า 5 ปีจากนี้ไปจะมีรายได้รวมอยู่ที่ 10,000 ล้านบาท ซึ่งจะเกิดจากการปรับรูปแบบการให้บริการ พร้อมกับการเพิ่มรายได้จากธุรกิจให้เช่าพื้นที่ พร้อมทั้งธุรกิจอาหารซึ่งอยู่ระหว่างการเตรียมทีมงาน

“ตั้งแต่นี้ไปบริษัทจะมีการปรับโฉมสาขา แกรนด์โฮมมาร์ท ให้มีความหลากหลาย และรองรับต่อไลฟ์สไตล์ลูกค้าในอนาคต โดยจะปรับเพิ่มพื้นที่พลาซา ออฟฟิศเช่า ร้านค้า พร้อมกับเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ เพื่อเปลี่ยนโชว์รูมขายสินค้าให้มีรูปแบบเป็นคอมมูนิตีมอลล์มากขึ้น ท้ายสุด บริษัทได้ปรับปรุงโชว์รูมแกรนด์โฮมมาร์ท โชว์รูมกระเบื้องพร้อมทั้งสุขภัณฑ์ สาขางามวงศ์วาน โดยใช้งบปรับปรุงกว่า 80 ล้านบาท เพื่อที่จะสาขาต้นแบบที่มีการจัดหมวดหมู่สินค้า ซึ่งไม่เน้นเรื่องแบรนด์สินค้า”

ทั้งนี้ การปรับรูปแบบการจัดวางสินค้า กับการขยายไลน์ไปสู่ธุรกิจให้เช่าพื้นที่จะทำให้ 5 ปีจากนี้ไปบริษัทจะมีรายได้จากการให้เช่าพื้นที่ในสัดส่วน 20% ของรายได้รวม โดยหลังสุดบริษัทมีแผนจะปรับโชว์รูมสาขารัตนาธิเบศร์ ใช้งบลงทุน 1,000 ล้านบาทในการก่อสร้างอาคารสูงประมาณ 20 ชั้น บนพื้นที่โชว์รูมเดิมซึ่งมีเนื้อที่ 10 ไร่ ซึ่งในอาคารดังกล่าวในชั้นที่1-3 จะจัดเป็นโชว์รูมแกรนด์โฮมมาร์ท ชั้น 4-6 จะจัดเป็นโซนพลาซา ส่วนชั้น 7-14 จะจัดเป็นออฟฟิศเช่า พร้อมกับในชั้นที่ 15 ขึ้นไปจะเปิดเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ให้เช่า รองรับความต้องการในอนาคต คาดเดาว่าสาขารัตนาธิเบศร์จะเริ่มก่อสร้างในปี 60 พร้อมด้วยมีแผนจะปรับโชว์รูมในสาขาที่มีศักยภาพมากในรูปแบบเดียวกันเพิ่มเติมในอนาคต

ส่วนปี 58 ในช่วงกลางปีบริษัทจะเปิดให้บริการ แกรนด์โฮมมาร์ท เมกะบางนา บนพื้นที่ 25 ไร่ ซึ่งมีรูปแบบเป็นคอมมูนิตีมอลล์ เน้นเจาะลูกค้ารายย่อย มีพื้นที่บริการขนาดใหญ่กว่า 20,000 ตร.ม. ใช้งบลงทุน 1,000 ล้านบาท ในการก่อสร้าง พร้อมทั้งซื้อที่ดิน

สำหรับโชว์รูมสาขาบางบัวทองนั้น บริษัทได้ใช้งบลงทุน 500 ล้านบาท ในการก่อสร้างกับคลังจัดเก็บสินค้า เนื่องด้วยใช้สต๊อกสินค้ากระเบื้อง กับสุขภัณฑ์ สำหรับลูกค้าโครงการที่มีการสั่งซื้อล่วงหน้า ช่วงปัจจุบัน มีการเซ็นสัญญาซื้อขายยาวไปถึงปี 59 ทำให้ แกรนด์โฮมมาร์ท มีสต๊อกยอดขายล่วงหน้าคิดเป็นสัดส่วน 20% ของรายได้รวมต่อปี เช่นนี้ ในปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขายปลีกอยู่ 30% ส่วนที่เหลือ 70% มาจากการขายเข้าโครงการ

มั่นคงฯ เปิดแผนปี 58 เตรียมผุด 6 โครงการ 5,700 ล.

มั่นคงฯ เปิดแผนปี 58

มั่นคงฯ เปิดแผนปี 58 บุกไปทั้งแนวราบ-แนวสูง ผุด 6 โครงการ มูลค่า 5,700 ล้านบาท  วางเป้ารายได้ 3,000 ล้านบาท หรือเติบโต 25% แจงผลงาน 9 เดือนรับรู้รายได้ 1,604 ล้านบาท ยอดรอรับรู้รายได้อีก 573 ล้านบาท

น.ส.ชุติมา ตั้งมติธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายบัญชี-การเงิน บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK กล่าวถึงแผนการดำเนินงานในปี 2558 ว่า บริษัทมีแผนในการลุยตลาดอสังหาริมทรัพย์เต็มพิกัดเหตุด้วยรองรับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ เพราะว่าได้เตรียมโครงการใหม่ในทำเลศักยภาพอีก 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,700 ล้านบาท เป็นต้นว่า

1.โครงการชวนชื่น เอกชัย-บางบอน 4 บ้านเดี่ยว จำนวน 91 ยูนิต บนเนื้อที่ 31 ไร่ มูลค่าโครงการ 710 ล้านบาท

2.โครงการชวนชื่น กรีนบาวด์ กรุงเทพฯ-ปทุมธานี บ้านเดี่ยวใกล้สนามกอล์ฟ จำนวน 189 ยูนิต เนื้อที่ 40 ไร่ มูลค่าโครงการ 712 ล้านบาท

3.โครงการชวนชื่นพระราม 5-นครอินทร์ บ้านเดี่ยว จำนวน 88 ยูนิต บนเนื้อที่ 21 ไร่ มูลค่าโครงการ 803 ล้านบาท

4.โครงการบ้านเดี่ยวย่านวัชรพล รามอินทรา จำนวน 160 ยูนิต บนเนื้อที่ 30 ไร่ มูลค่าโครงการ 750 ล้านบาท ส่วนอีก 2 โครงการ คือ คอนโดมิเนียมบนถนนอรุณอมรินทร์ จำนวน 308 ยูนิต มูลค่าโครงการ 730 ล้านบาท และบนถนนสุขสวัสดิ์ จำนวน 900 ยูนิต มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท เพราะในปี 2015 ได้ตั้งเป้ารายได้อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท เติบโต 25% เพราะว่ารายได้หลัก 80% ยังมาจากบ้านจัดสรรแนวราบ เสริมด้วยรายได้จากคอนโดมิเนียมอีก 20%

น.ส.ชุติมา กล่าวว่า 9 เดือนแรกของปี 57 บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากการขาย และบริการแล้ว จำนวน 1,604.37 ล้านบาท พร้อมด้วยยังคงมียอดขายรอรับรู้รายได้ (backlog) อีก 573 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3/2557 แม้รายได้ในปีนี้จะลดลงจากปีที่ผ่านมาเหตุเพราะไม่มีการรับรู้รายได้จากคอนโดมิเนียม แต่คาดเดาว่ารายได้จากบ้านจัดสรรแนวราบจะเติบโตจากปีที่แล้วกว่า 25% เพราะว่าผลการดำเนินงานในงวด 9 เดือน บริษัทฯ มีกำไรเบื้องต้น 643.36 ล้านบาท เพราะมีอัตราส่วนกำไรเบื้องต้น 40.10% สูงกว่าปี 2556 ซึ่งอยู่ที่ 34.18% ในขณะที่อัตราส่วนกำไรสุทธิอยู่ที่ 17.01% เพิ่มขึ้นจากอัตรา 15.23% ในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

สำหรับผลประกอบการ 9 เดือนของปีนี้จะมีรายได้ลดจากปีที่ผ่านมา มั่นคงฯ เปิดแผนปี 58 ด้วยเหตุ ที่ปีนี้ไม่มีรายได้จากคอนโดมิเนียมดังที่กล่าวมาแล้ว แต่ความสามารถในการทำกำไรก็ยังอยู่ในระดับดีกว่าค่าเฉลี่ย พร้อมด้วย Median ของกลุ่มธุรกิจที่อยู่อาศัย 34 รายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไม่ว่าจะเป็นอัตราส่วน Gross Profit Margin, Net Profit Margin, ROA เหตุด้วยความแข็งแกร่งทางการเงินซึ่งเป็นจุดเด่นของบริษัทฯ สะท้อนให้เห็นจาก D/E Ratio ซึ่งต่ำเพียง 0.34 เท่า พร้อมทั้ง Current Ratio ที่สูงถึง 7.19 เท่า ด้วยภาระหนี้ที่ต่ำ พร้อมด้วยสภาพคล่องทางการเงินที่มีอยู่สูง บริษัทฯ จึงพร้อมที่จะขยายตัวรองรับความเชื่อมั่นของผู้บริโภค พร้อมด้วยเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว

ทั้งนี้ มั่นคงฯ เปิดแผนปี 58 ในไตรมาสที่ 4 บริษัทมีแผนในการเปิดโครงการชวนชื่นโมดัส วิภาวดี เฟส 2 บนเนื้อที่ 40 ไร่ ประกอบด้วย ทาวน์โฮม พร้อมกับบ้านเดี่ยว จำนวน 298 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 2,200 ล้านบาท พร้อมกันนี้ ยังมีอีก 15 โครงการบนทำเลศักยภาพครอบคลุมทุกโซนในเขตกรุงเทพฯ พร้อมทั้งปริมณฑลที่อยู่ระหว่างการขาย จำนวนอีกกว่า 1,100 ยูนิต ที่อยู่ระหว่างการขายมูลค่ารวมอีกกว่า 3,800 ล้านบาท เพราะว่าส่วนหนึ่งจะสามารถขาย พร้อมด้วยรับรู้รายได้ทันทีในไตรมาส 4 นี้

เอ็น.ซี.ฯ ลุยตลาดโซนตะวันตก กทม.เริ่มสวยเดือนแรกขาย 100 ยูนิต

เอ็น.ซี.ฯ บุก

ที่ดินโซน กทม.ตะวันตกปรับตัวแรง เอ็น.ซี.ฯ ชี้ เพชรเกษม ราคาพุ่งหลายเท่าตัว หลังได้รับปัจจัยบวกจาการลงทุนก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ศาลายา ราคากระโจนเท่าตัวหลังเซ็นทรั่ลเปิดให้บริการห้างสรรพสินค้า บ่งชี้ 2 ปี ที่ดินย่านศาลายาราคาปรับขึ้นจาก 4 ล้าน เป็น 8 ล้านบาทต่อไร่ “เอ็น.ซี.ฯ” ได้ช่องดึงที่ดินสะสมผุด “บ้านฟ้า กรีนเนอร์รี่ ปิ่นเกล้า สาย 5” โครงการบ้านเดี่ยวผสมบ้านแฝด-ทาวน์เฮาส์ 466 ยูนิต มูลค่า 1,600 ล้านบาท กระจายเปิดตัวเดือนแรกยอดขายกระฉูดกว่า 100 ยูนิต ล่าสุด ยอดขาย 220 ยูนิต หรือกว่า 740 ล้านบาทแล้ว เปรยแผนปี 58 ผุดโครงการใหม่ไม่ต่ำกว่า 3 โครงการ

นายรังสรรค์ นันทกาวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ NCH กล่าวว่า การปรับตัวของราคาที่ดินโซนตะวันตกของ กทม.ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา เกิดขึ้นอย่างเร็วภายหลังจากภาครัฐมีการเร่งการลงทุนขยายระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน พร้อมกับการตัดถนนในเส้นทางใหม่ ทำให้ราคาดินในย่านถนนเพชรเกษมปรับตัวอย่างรวดเร็ว

ขณะที่ราคาที่ดินในย่านถนนพุทธมณฑล ก็มีการปรับตัวขึ้นอย่างไม่ขาดระยะ เป็นพิเศษทำเลย่านศาลายา ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากการเปิดบริการด้วยห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลศาลายา ซึ่งส่งผลให้ราคาในย่านศาลายาในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ปรับตัวขึ้นกว่า 1 เท่าตัว ทำให้ต้นทุนที่ดินของผู้ประกอบการปรับตัวเพิ่ม พร้อมด้วยส่งผลให้ราคาบ้าน พร้อมทั้งทาวน์โฮมในโซนปิ่นเกล้า กับราชพฤกษ์ รวมทั้งพุทธมณฑล ปรับราคาสูงตามไปด้วย

“กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อบ้านเดี่ยวระดับ 5 ล้านบาท พร้อมทั้งทาวน์โฮม 2 ล้านบาทต้นๆ ที่ต้องการบ้านเดี่ยวติดถนนบรมราชชนนีต้องขยับออกมาซื้อบ้านในพื้นไกลออกไป เนื่องจากราคาบ้านในพื้นที่เลียบถนนบรมราชชนนี มีระดับราคาสูงกว่างบที่ลูกค้ามี”

 

จากปัจจัยดังกล่าว ทำให้บริษัทตัดสินใจลงทุนพัฒนาโครงการบ้านฟ้ากรีนเนอรี่ ปิ่นเกล้า-สาย 5 หลังจากที่บริษัทได้ซื้อที่ดิน จำนวน 65 ไร่ ติดถนนบรมชชนนี ใกล้กับถนนพุทธมณฑลสาย 5 เป็นแลนด์แบงก์สะสมที่ซื้อเข้ามาในช่วงปี 2555 ในราคา 4 ล้านบาทต่อไร่ แม้กระนั้นในปัจจุบันราคาที่ดินปรับตัวมาอยู่ที่ 8 ล้านบาทต่อไร่ ทั้งนี้ เช่นเดียวกันราคาที่ดินดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการที่ซื้อที่ดินใหม่ไม่สามารถพัฒนาบ้านเดี่ยวในระดับราคาไม่เกิน 5 ล้านบาท พร้อมด้วยทาวน์เฮาส์ราคาไม่เกิน 2.5ล้านบาทได้ยาก แต่เนื่องจากบริษัทได้ซื้อที่ดินเข้ามาในช่วง 2 ปีที่แล้ว ทำให้มีต้นทุนที่ดินต่ำพร้อมด้วยสามารถพัฒนาบ้านเดี่ยวในราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท พร้อมกับทาวน์เฮาส์ราคา 2 ล้านบาทต้นๆ ได้

 

นายรังสรรค์ กล่าวว่า โครงการ “บ้านฟ้า กรีนเนอร์รี่ ปิ่นเกล้า สาย 5” บริเวณพุทธมณฑลสาย 5 ถือเป็นการก้าวเข้ามาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยของ เอ็น.ซี.ฯ ในโซนตะวันตกของ กทม. เป็นโครงการแรก ซึ่งภายหลังจากเปิดขายโครงการดังกล่าวปรากฏว่า ได้รับการตอบรับอย่างดี สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ “บ้านฟ้า” เป็นอย่างดี เพราะในเดือนแรกที่เปิดขายโครงการสามารถสร้างยอดขายได้กว่า 100 ยูนิต ล่าสุด โครงการดังกล่าวมียอดขายแล้ว 220 ยูนิต คิดเป็นมูลค่ากว่า 760 ล้านบาท

 

สำหรับโครงการ “บ้านฟ้า กรีนเนอร์รี่ ปิ่นเกล้า สาย 5” มีพื้นที่ 65 ไร่ มีจำนวน 466 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านเดี่ยว 140 ยูนิต บ้านแฝด 118 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.9-5.1 ล้านบาท ทาวน์เฮาส์ 208 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 2.2 ล้านบาท มูลค่ารวมโครงการกว่า 1,600 ล้านบาท

 

“โครงการ “บ้านฟ้า กรีนเนอร์รี่ ปิ่นเกล้า สาย 5” ถือว่าเป็นโครงการสุดท้ายที่ เอ็น.ซี.ฯ เปิดขายในปีนี้ ทำให้ ณ ปัจจุบัน บริษัทมีโครงการที่อยู่ระห่างการขายรวม 12 โครงการ พร้อมด้วยประมาณการว่าในปี 2558 จะเปิดการขายได้ 3 โครงการ ขระเดียวกัน ในปีหน้าบริษัทก็มีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ไม่ต่ำกว่า 3 โครงการ ด้วยว่าชดเชยโครงการที่จะปิดการขายในปีหน้าด้วย สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายแล้วกกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะสามารทำได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ 2,800 ล้านบาท”

 

“ในปี 2558 บริษัทมีแผนพัฒนาโครงการใหม่เพิ่มอย่างน้อย 3 โครงการ ในบริเวณ กทม.-ปริมณฑล ระดับราคาประมาณ 4-5 ล้านบาทขึ้นไป นอกจากนี้ ยังมีแผนพัฒนาในต่างต่างจังหวัด ซึ่งคาดหวังในต้นปีหน้าจะเปิดโครงการคอนโดมิเนียม “ดิอามอง” เชียงใหม่ ในเฟสต่อเนื่องเพิ่ม”

 

นายรังสรรค์ กล่าวถึงแนวโน้มอสังหาริมทรัพย์ในปี 2558 ว่า จะมีแนวโน้มการขยายตัวที่ดีกว่าปี 2557 เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองเข้าสู่สภาวะปกติ ประกอบกับการเร่งอนุมัติโครงการสาธารณูปโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าสายต่างๆ เช่นนี้ มั่นใจว่าจะในปีหน้าผู้ประกอบการจะพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น ภายหลังจากที่ชะลอการพัฒนาในช่วงปีที่ผ่านมา

 

เช่นนี้ จากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของภาครัฐ พร้อมกับขยายระบบขนส่งโดยเฉพาะรถไฟฟ้า “เอ็น.ซี.ฯ” คาดหมายว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัว ในส่วนกำลังซื้อเชื่อว่าจะกลับมาฟื้นตัวด้วยเช่นกัน สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ในข่วงเวลาที่เหลือของปีนี้เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว พร้อมทั้งเก็งว่าในปี 2558 ตลาดจะกลับมาคึกคักอีกครั้งอย่างแน่นอน สำหรับแนวโน้มราคาบ้านในปีหน้าคาดคะเนว่าจะมีการปรับตัวขึ้น 10% จากราคาต้นทุนที่จะมีแนวโน้มปรับตัวขึ้น

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์

เอกชนชี้ราคาที่ดินทะยานฉุดอสังหาฯ ปี 58 โตแค่ 5%

เอกชนระบุราคาที่ดินพุ่ง 2

เอกชนฟันธงสังหาฯ ปี 58 ยังเหนื่อย ตลาดต่างจังหวัดหนักสุด ประมาณโตแค่ 5% มูลค่ากว่า 3.15 แสนล้าน เรื่องราคาที่ดินพุ่งสูงสนับสนุนราคาขายเพิ่มตาม ขณะที่รายได้ผู้บริโภคปรับตามไม่ทัน ด้านปูนอินทรีย์ประมาณการปีหน้าราคาปูนทรงตัวเหตุความต้องการน้อย วอนรัฐเร่งโครงการเมกะโปรเจกต์เพิ่มความต้องการใช้วัสดุก่อสร้าง

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม แสดงปาฐกถาพิเศษ “อนาคตโครงข่ายคมนาคม พร้อมด้วย การพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ” ในงานสัมมนาหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ภายใต้หัวข้อ “เมกะโปรเจกต์ระบบราง พลิกโฉมอสังหาฯ ไทย” ว่า ระบบคมนาคมขนส่งเกี่ยวกับประเทศไทย มีความสำคัญมากโดยการพัฒนาประเทศ แต่กลับที่ผ่านมา การลงทุนไม่ได้ต่อเนื่องเพราะมีปัญหาเรื่องเม็ดเงินลงทุนโดยภาครัฐมีจำกัดทำให้ล่าช้า

“เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่ไม่สามารถลงทุนได้สืบเนื่อง โดยเฉพาะโครงการรถไฟ พอสร้างเสร็จควรลงทุนส่วนต่อขยาย ประมาณเส้นทางใหม่ในทันที ไม่ควรหยุดอาทิที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ถ้าหากเป็นไปตามแผนลงทุนที่กำหนดไว้ นับตั้งแต่ปี 59 ไทยจะมีรถไฟฟ้าเปิดใหม่ทุกปี ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางใหม่ ไม่ใช่หรือส่วนต่อขยาย” นายอาคม กล่าว

นายอาคม กล่าวเพิ่มเติมว่า อุตสาหกรรมของไทยจำเป็นต้องพึ่งพาระบบขนส่ง ซึ่งการขนส่งที่ใช้น้ำมันมีต้นทุนที่สูงมาก จึงต้องพึ่งระบบราง พร้อมด้วยทางน้ำ ก็เพราะว่าเป็นการขนส่งที่มีราคาถูกซึ่งรัฐบาลมีแผนที่จะสร้างระบบขนส่งภายในประเทศผ่านจุดสำคัญรวมถึงเส้นทางเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน

ล่าสุด รัฐบาลได้ประกาศ 5 เขตเศรษฐกิจพิเศษเมืองค้าชายแดน ตัวอย่างเช่น แม่สอด หนองคาย อรัญ คลองใหญ่ พร้อมด้วยสะเดา ซึ่งทั้ง 5 เขตจะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ดังเช่น สิทธิบีโอไอ ไม่จำกัดประเภทกิจการ ถ้าไม่ขอสิทธิบีโอไอสามารถขอลดภาษีเงินได้นิติบุคคล 50% เป็นเวลา 10 ปี กับหากตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม จะได้รับสิทธิของนิคมอุตสาหกรรมอีกด้วย รวมไปถึงการอนุญาตให้แรงงานเข้ามาทำงานแบบไปเช้าเย็นกลับ

เอกชนระบุราคาที่ดินพุ่งฉุดอสังหาฯ ปี 58 โตแค่ 5% ยอมรับกำลังซื้อขยับขึ้นช้า

ด้านนายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) และนายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ พร้อมด้วยปริมณฑล จะเติบโตประมาณ 5% ไม่ใช่หรือมียอดขายทั้งปีราว 315,000 ล้านบาท ด้วยเหตุที่ปัจจัยลบสำคัญ คือว่า ราคาที่ดินที่ปรับขึ้นอย่างมากปีละ 10% นับจากมีโครงการรถไฟฟ้า ในขณะที่รายได้ของประชาชนปรับขึ้นตามไม่ทัน รวมถึงความเชื่อมั่นของประชาชนไม่ได้ดีมากนัก ซึ่งจะต้องอาศัยระยะเวลา พร้อมด้วยการติดต่อกันของรัฐบาลในการสร้างความเชื่อมั่น

“ตลาดอสังหาฯ ปี 2558 ขยายตัวเพียง 5% เนื่องจากราคาที่ดินมีราคาสูงมาก เพราะว่าช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ราคาที่ดินปรับขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งการซื้อที่ดินใหม่เพื่อพัฒนาโครงการเพื่อขายราคาขายเกินกำลังที่ผู้บริโภคจะซื้อได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ฉุดตลาดให้โตน้อย” นายประเสริฐ กล่าว

       ปี 58 ซื้อกิจการ-ควบรวมมีให้เห็นอีกเยอะ

อย่างไรก็ตาม มองว่าตลาดปีหน้าจะเป็นตลาดของผู้ประกอบการรายใหญ่ เพราะว่าจะเห็นการร่วมทุน การซื้อกิจการ กับควบรวมกิจการเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งการแตกไลน์เข้ามาในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทใหญ่ที่มีความแข็งแกร่งด้านเงินทุน พร้อมด้วยมีที่ดินสะสมอยู่แล้ว พร้อมกับเป็นการนำที่ดินเก่ามาพัฒนาโครงการ ซึ่งเริ่มเห็นแนวโน้มตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา

สำหรับภาพรวมตลาดอสังหาฯ ในปี 2557 ทั้งปีประมาณการว่าจะหดตัวประมาณ 11-14% โดยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 300,000-310,000 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2556 ที่มีมูลค่า 350,000 แสนล้านบาท ส่วนยอดขายในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา มีจำนวน 2.14 แสนล้านบาท ปรับลดลง 16% ในขณะที่การเปิดตัวโครงการใหม่ 2.3 แสนล้านบาท ลดลง 11% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

       ตัวแปรการพัฒนาโครงการคือ ราคาที่ดิน

นายไตรเตชะ ตั้งมติธรรม กรรมการพร้อมกับรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจัยเสี่ยงในการพัฒนาโครงการของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ในระยะต่อไป ราคาที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะที่ดินมีจำกัดด้วยถูกนำไปพัฒนาโครงการ โครงการใหม่ที่เกิดขึ้นราคาขายสูงตามต้นทุน ซึ่งราคาที่ดินขึ้นเฉลี่ย 9-10% แต่เงินเดือนขึ้นเพียง 4-5% ต่อปี ทำให้ความสามารถในการซื้อติดลบ ต้องรอโครงการลงทุนภาครัฐทั้งรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ ที่จะเป็นการเปิดทำเลใหม่ให้ผู้ประกอบการไปพัฒนาโครงการในราคาที่ลูกค้าซื้อได้ เรื่องการเงินก็เป็นเรื่องที่ท้าทาย เนื่องจากสถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการให้สินเชื่อ รวมถึงเรื่องการการก่อสร้าง พร้อมด้วยปัญหาการขาดแคลนแรงงาน

แนวโน้มตลาดอาคาร สนง.เติบโตรับ AEC

นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โมเดอร์น พร็อพเพอร์ตี้ คอนซัลแตนท์ จำกัด กล่าวว่า ราคาที่ดินในเมืองโอกาสที่จะปรับตัวขึ้นอย่างก้าวกระโดดเป็นไปได้ยากเหมือนช่วง 5 ปีที่ผ่านมา การซื้อขายที่ดินถนนสุขุมวิท จากเดิม 500,000 บาทต่อตารางวา ปัจจุบันปรับขึ้นเป็น 1,500,000-1,800,000 บาทต่อตารางวา เพราะว่าที่ดินหายาก พร้อมทั้งมีราคาแพงมาก ซึ่งเมื่อซื้อการพัฒนาโครงการ อย่างเช่น คอนโดมิเนียมจะต้องพัฒนาในระดับพรีเมียม การพัฒนาโครงการในระยะต่อไปจะขยายไปพื้นที่รอบนอกเมืองมากขึ้น เช่นนี้ มองว่าราคาที่ดินในต่างจังหวัดปรับสูงขึ้น ดังเช่น เชียงใหม่ ที่ดินมีราคาแพง ทำให้การพัฒนาคอนโดมิเนียมต้องขาย 2-3 ล้านบาทต่อยูนิต ซึ่งอาจจะทำให้ขายได้ช้า เพื่อราคาขายใกล้เคียงกับบ้านเดี่ยว ไม่ก็ทาวน์เฮาส์

“ธนาสิริ” จัดหนักโปรฯ พิเศษ “บ้านเล็ก-ใหญ่ราคาเดียว” รับเพิ่มทันที iPhone6 Plus

“ธนาสิริ” จัดหนักโปรฯ พิเศษ

จัดโปรโมชัน One Price บ้านแปลงใหญ่-เล็ก ราคาเดียว “ธนาสิริ กรุ๊ป” นำบ้านคุณภาพ 5 โครงการพร้อมกับอยู่ในเครือ มาก่อนมีสิทธิก่อน ในเวลาเดียวกันข้อเสนอสุดพิเศษกับบ้านแปลงพิเศษ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม พร้อมกับบ้านรูปแบบใหม่ พื้นที่เริ่มตั้งแต่ 20 ถึง 70 ตารางวา ขนาดบ้านตั้งแต่ 112 ถึง 160 ตารางเมตร ทั้ง 5 โครงการคุณภาพ ราคาเริ่มต้นที่ 2.49-5.99 ล้านบาท จองบ้านปั๊บรับเพิ่มฟรี! iPhone 6 Plus ขนาด 16 GB มูลค่า 29,400 บาททันที รีบด่วน!! จำนวนจำกัด

นายสุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ “THANA” เปิดเผยว่า ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของปีนี้สำหรับผู้บริโภคที่อยากมีที่อยู่อาศัย บริษัทฯ นำบ้านพร้อมอยู่ใน 5 โครงการคุณภาพมาจัดรายการส่งเสริมการขาย โปรโมชันพิเศษสุด “ONE PRICE” บ้านหลังใหญ่-เล็กขายราคาเดียว มาก่อนมีสิทธิเลือกก่อน กับบ้านแปลงพิเศษ ทั้งบ้านเดี่ยว บ้านแฝด ทาวน์โฮม และบ้านรูปแบบใหม่ บนพื้นที่เริ่มตั้งแต่ 20 ถึง 70 ตารางวา ขนาดบ้านตั้งแต่ 112 ถึง 160 ตารางเมตร จาก 5 โครงการคุณภาพ นำมาขายราคาเริ่มต้นที่ 2.49-4.99 ล้านบาท ตัวอย่างเช่น

โครงการ ไพร์มเพลส เดอะกรีนเนอรี่-บางใหญ่ ทาว์นโฮม ใกล้ BTS เริ่ม 2.49 ล้านบาท เล็ก-ใหญ่ ราคาเดียว โครงการธนาวิลเลจ พระราม 5 บ้านเดี่ยว 4 ห้องนอน 55-62 ตารางวา ราคาเดียว เริ่ม 3.69 ล้านบาท โครงการธนาซิโอ รัตนาธิเบศร์ ทาวน์โฮม 4 ห้องนอน ใกล้รถไฟฟ้าสายสีม่วง Central West Gate เล็ก-ใหญ่ ราคาเดียว 2.49 ล้านบาท

โครงการธนาสิริ ราชพฤกษ์-ท่าน้ำนนท์ บ้านหลังใหญ่สไตล์ Modern British Passion 4 ห้องนอน ติดถนนตัดใหม่ 6 เลน บ้านหลังใหญ่-เล็ก ขายราคาเดียว 6.99 ล้านบาท กับโครงการเดอะ คลัสเตอร์วิลล์ 4 ราชพฤกษ์-สิรินธร เล็ก-ใหญ่ บ้านใกล้สวนราคาเดียว เปิดเฟสสโมสรพร้อมฟิตเนส พร้อมทั้งสระว่ายน้ำ ทำเลใกล้เซ็นทรัลปิ่นเกล้า เริ่ม 4.99 ล้าน

นอกจากนี้ ยังได้สิทธิรับฟรีทันที “IPhone 6 Plus” 16 GB มูลค่า 29,400 บาท เพียงแค่ครอบครองพร้อมทำสัญญาในแปลงที่โครงการกำหนด เพราะว่าผู้ใช้สิทธิจะต้องทำการโอนกรรมสิทธิ์ภายในวันที่ 30 ธ.ค.2557 นี้เท่านั้น

พบกับบ้านคุณภาพหลากหลายรูปแบบกับ 5 โครงการในเครือธนาสิริ ขณะเดียวกันโปรโมชันพิเศษสุดๆ เอาใจคนอยากซื้อบ้าน สนใจสอบถามรายละเอียดได้ที่สำนักงานขายทุกโครงการ ไม่ใช่หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thanasiri.com

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 25 พฤศจิกายน 2557 11:48 น.

AP จัดโปรฯ SOUL บ้านเดี่ยวไฮเอนด์ 3 ที่ตั้งใจกลางมหานคร ในเวลาเดียวกันชูแนวคิด SOUL “The Private Residences”

AP จัดโปรฯ SOUL บ้านเดี่ยวไฮเอนด์ 3 ทำเลใจ

กระตุ้นตลาดบ้านเดี่ยวไฮเอนด์ AP สบโอกาสโค้งสุดท้ายก่อนสิ้นปี จัดโปรโมชันโครงการ SOUL 3 บริเวณใจกลางมหานคร SOUL เอกมัย – ลาดพร้าว SOUL ลาดพร้าว – เสนา พร้อมทั้ง SOUL รัชดาภิเษก 68 มั่นใจจุดแข็งการดีไซน์สเปซบ้านเดี่ยวสามชั้นสไตล์โมเดิร์น ตอบไลฟ์สไตล์ครอบครัวเมือง ในเวลาเดียวกันตอกย้ำแบรนด์ผ่านหลักการ SOUL ‘The Private Residences’ บ้านในสังคมอุดมคติ ที่ที่ทุกตารางนิ้วคือความเป็นส่วนตัว การันตรีคุณภาพด้วย 2 รางวัลระดับอินเตอร์ พร้อมกันมอบเอกสิทธิ์พิเศษ “Bespoke Living Service” ฟรีค่าใช้จ่าย 15 รายการ นาน 1 ปี ณ สำนักงานขายทั้ง 3 โครงการ ตั้งแต่วันนี้-30 พ.ย.นี้เท่านั้น

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากการเข้าใจทำนองลึกซึ้งถึงไลฟ์สไตล์ครอบครัวเมืองระดับไฮเอนด์ การดีไซน์สถาปัตยกรรมสไตล์โมเดิร์นพร้อมด้วยฟังก์ชันที่ตอบความต้องการด้วยลูกค้า ตลอดจนความโดดเด่นในการเลือกสรรทำเลใจกลางเมือง ส่งผลให้สินค้าบ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ SOUL (โซล) ที่ได้เปิดขายทั้ง 3 ทำเล ยกตัวอย่างเช่น SOUL เอกมัย – ลาดพร้าว, SOUL ลาดพร้าว – เสนา พร้อมด้วย SOUL รัชดาภิเษก 68 มูลค่ารวม 2,950 ล้านบาท ได้รับการตอบรับที่ดีอย่างติดต่อกัน เกี่ยวกับยอดขายรวมกว่า 1,400 ล้านบาท ชี้กำลังซื้อสินค้าบ้านเดี่ยวไฮเอนด์นั้นดีต่อเนื่อง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการพร้อมกับความเชี่ยวชาญในการพัฒนาสินค้าที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ในแต่ละเซกเมนต์ลูกค้า

นอกจากการตอกย้ำการรับรู้แบรนด์ SOUL ‘The Private Residences’ ผ่านโฆษณาหลังจากนั้น บริษัทฯ ได้จัดแคมเปญเอกสิทธิ์พิเศษ SOUL – My Private Journey ควบคู่กันทั้ง 3 ทำเล ตัวอย่างเช่น SOUL เอกมัย – ลาดพร้าว เปิดโซนพิเศษพร้อมเข้าอยู่ เพียง 10 นาที ถึงทองหล่อ ราคาเริ่มต้น 14.99 ล้านบาท SOUL ลาดพร้าว – เสนา ความเป็นส่วนตัวใจกลางรัชโยธิน เพียง 21 ยูนิต พร้อมกับ Rooftop Garden ราคาเริ่มต้น 15.99 ล้านบาท พร้อมทั้ง SOUL รัชดาภิเษก 68 บ้านเดี่ยวโครงการเดียวใจกลางทำเลรัชดาฯ พร้อมกัน Private Pool ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู ตอกย้ำคุณภาพด้วย 2 รางวัลระดับอินเตอร์ ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ Best Housing Development (Bangkok) ในงานประกาศรางวัล Thailand Property Awards 2014 และรางวัล Highly Commended Best Villa Development (Thailand) จาก South East Asia Property Awards 2014 ราคาเริ่มต้น 19.99 ล้านบาท โดยทั้ง 3 โครงการพร้อมส่งให้ข้อเสนอสุดพิเศษ “Bespoke Living Service” ฟรีค่าใช้จ่าย 15 รายการ นาน 1 ปี อาทิ ค่าน้ำ-ไฟ บริการอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง บริการซักรีด บริการแม่บ้าน บริการดูแลสวน และบริการขนย้าย เป็นอาทิ ตั้งแต่วันนี้-30 พ.ย.นี้เท่านั้น.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    18 พฤศจิกายน 2557 10:49 น.

ไอริส กรุ๊ป เนรมิตสร้าง Flea Market (ตลาดนัดศิลปะ) ที่ โครงการ เวนิส ดี ไอริส วัชรพล เริ่มวันที่ 8 พ.ย. นี้

ไอริส กรุ๊ป เปิดตัว Flea Market ตลาดนัดศิลปะ

เตรียมตัวพบกับจุดนัดพบแนวใหม่โดยคนกรุงเทพ ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วย มนต์เสน่ห์เป็นศิลปะ ล่าสุด คุณกิตติพงษ์ สุมานนท์ ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่งค่ายไอริส กรุ๊ป คืบหน้าเนรมิตรังสรรค์ “ ตลาดนัดศิลปะ” ที่ใหม่ย่านวัชรพล รูปแบบ “Flea Market” (ฟลีมาร์เก็ต) ภายใต้คอนเซ็ปต์ “The Art-Mosphere at Venice Di Iris”(ดิ อาร์ต โมส เฟีย แอท เวนิส ดี ไอริส) ตั้งอยู่ภายในโครงการ “เวนิส ดี ไอริส วัชรพล” ที่จะเป็นแหล่งช้อปปิ้งพร้อมทั้งการแฮงเอ้าท์ เก๋ๆ ชิลๆ สไตล์คนรุ่นใหม่ ที่รวบรวมสินค้าต่างๆ นาๆไอเดีย และพบกับ “ป๊อบอัพสโตร์” หลากหลายแบบ อย่างกับ แนววินเทจ ดีไอวาย อีโครักษ์โลก พร้อมกับตื่นตาตื่นใจกับ Street Theatre ดนตรีเปิดหมวกพร้อมด้วยการแสดงบน Art Venue ถนนสายศิลปะ พิเศษสุด !! Meet and Greet กับศิลปินชื่อดังที่สลับสับเปลี่ยนกันทุกสัปดาห์ เช่น ว่าน ธนกฤต   โรส ศิรินทิพย์ แม็กซ์ เดอะว้อยซ์   สงกรานต์ เดอะว้อยซ์ เอ๊ะ จิรากร เป็นต้น กับเปิดตลาดส่งมอบความสุขให้คุณได้เลือกช้อปกันอย่างสุขใจ ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 16.30น. – 23.00น. เริ่มวันที่ 8 พฤศจิกายน นี้ บอกได้คำเดียวว่าใครพลาดงาน คุณจะตกเทรนกันเลยทีเดียว สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-948-7711 หรือ www.venicediiris.com…***

กสิกรฯ ประมาณธุรกิจอสังหาฯ ปีหน้าฟื้น สนับสนุนยอดสินเชื่อบ้านทั่วทั้งระบบเพิ่ม 8.5%

กสิกรฯคาดธุรกิจอสังหาฯปีหน้าฟื้น

คาดหวังปีหน้าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ฟื้น ธนาคารกสิกรไทย ดันยอดสินเชื่อบ้านทั้งระบบโต 8.5%

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปีนี้ไดัรับผลกระทบจากเศรษฐกิจโดยรวม ส่งผลลัพธ์ให้ตลาดสินเชื่อบ้านสำหรับระบบธนาคารปีนี้จะเติบโตเพียงร้อยละ 6-8 คิดเป็นยอดรวมสินเชื่อบ้านอยู่ที่ 2.7 ล้านล้านบาท

ส่วนปี 2558 คะเนว่าตลาดจะเติบโตประมาณร้อยละ 8.5 คิดเป็นมูลค่า 2.9 ล้านล้านบาท ด้วยเหตุที่การขยายโครงการรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ พร้อมกับปริมาณฑล การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) กับการส่งออกปีหน้าจะสูงขึ้นจากปีนี้ที่ติดลบร้อยละ 0.3 สมมติปีหน้าจะเติบโตได้ถึงร้อยละ 2.0-4.5 ส่งผลภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น

สำหรับผลการดำเนินงานสินเชื่อบ้านกสิกรไทยไตรมาส 3 ปี 2557 ธนาคารสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้ 35,000 ล้านบาท คะเนว่าไตรมาสสุดท้ายจะปล่อยสินเชื่อได้ 12,000 ล้านบาท ทำให้ปี 2557 ธนาคารกสิกรไทยจะสามารถปล่อยสินเชื่อบ้านได้ 47,000 ล้านบาท เติบโตจากสิ้นปีที่แล้วร้อยละ 6-7 แต่ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 49,000 ล้านบาทเล็กน้อย

จากการตรวจสอบเกี่ยวกับปัจจัยที่สร้างความกังวลต่อการซื้อที่อยู่อาศัย พบว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลพวงจากปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจ การเมือง ค่าครองชีพ ส่งผลให้ครึ่งปีแรกการลงทุนโครงการใหม่ชะลอตัวพร้อมด้วยยอดการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง จากความกังวลเรื่องอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ จากเดิมอยู่ที่ระดับร้อยละ 16.7 เพิ่มเป็นร้อยละ 20.8 และค่าครองชีพ ปรับตัวสูงขึ้น จากเดิมอยู่ที่ระดับร้อยละ 18 เพิ่มเป็นร้อยละ 19.5

ยิ่งไปกว่านี้ นอกจากภาวะหนี้ครัวเรือนที่สูงขึ้น นับตั้งแต่สถิติปี 2555 อยู่ที่ร้อยละ 77 ของจีดีพี ปี 2556 เพิ่มเป็นร้อยละ 82 ของจีดีพี พร้อมกับปี 2557 ตัวเลขยังสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดการณ์ว่าสิ้นปีนี้จะสูงถึงร้อยละ 85 ของจีดีพี การอนุมัติสินเชื่อบ้านเกี่ยวกับสถาบันการเงินจนถึงสิ้นปีนี้จะทำได้ยากขึ้น เพราะผู้บริโภคมีภาระการจ่ายเงินต้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยของหนี้ครัวเรือนแตะระดับร้อยละ 30 ของรายได้ครัวเรือน

หลังมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองทำให้ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมา ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวในทิศทางดีขึ้นทั้งแง่ของความไม่แน่นอนภาวะเศรษฐกิจ จากเดิมร้อยละ 27.7 ลดลงเหลือร้อยละ 26.9 ความไม่แน่นอนของรายได้ในอนาคต จากเดิมร้อยละ 24.4 ลดลงเหลือร้อยละ 23.2 และความไม่สบายใจจากภาวะการเมืองในประเทศ จากเดิมร้อยละ 13.2 ลดเหลือเพียงร้อยละ 9.6 จึงมีแนวโน้มว่าภาพรวมเศรษฐกิจในช่วงปลายปีนี้พร้อมกับปีหน้าจะดีขึ้นส่งผลให้ภาพรวมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2558 จะฟื้นตัวดีกว่าปี 2557

“AQ” เดินหน้าขยายเพิ่มพอร์ตแนวราบ หนุนแบ็กล็อกคอนโดฯ

“เอคิว” รุดหน้าขยายโครงการลงทุน วางพอร์ตแนวราบเสริมแบ็กล็อกคอนโดฯ ที่รอรับรู้รายได้อีก 1-3 ปีข้างหน้า แย้มคอนโดฯ อโศก-รัชดา รอ EIA ผ่าน คาดคะเนต้นปี 58 เปิดฉากดำเนินการ พร้อมด้วยนำที่ดิน 7 ในโครงการการ์เดน อโศก-พระราม 9 พัฒนาบ้านเดี่ยวระดับพรีเมียม เคาะขายหลังละกว่า 20-25 ล้านบาท หมายนำที่ดิน 80 ไร่ในกฤษดา 19 พัฒนาโครงการบ้านเดี่ยว ประมาณการมูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,300 ล้านบาท อัดโปรฯ กว่า 2 แสนบาท เร่งยอดขายคอนโดฯ การ์เดน อโศก-พระราม 9 คาดหมายปิดการขายต้นปี 58

นายยงยุทธ ชัยพรหมประสิทธิ์ ประธานกรรมการกับประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอคิว เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ AQ กล่าวว่า บริษัทเตรียมเปิดตัวโครงการการ์เดน อโศก-พระราม 9 ซึ่งคือคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์สร้างแล้วเสร็จพร้อมอยู่อย่างเป็นทางการ ในวันที่ 22-23 พ.ย.นี้ ในงาน Garden Open House เพราะว่าเสนอขายในราคาเริ่มต้นที่ 1.6 ล้านบาท พร้อมกับมอบข้อเสนอพิเศษกว่า 200,000 บาท ภายในงาน ตั้งเข็มว่าจะทำเป็นขายหมดภายในไตรมาสที่ 1 ปี 58 เพราะว่าปัจจุบันอยู่อยู่ระหว่างการขาย 174 ยูนิต มูลค่าขายที่เหลือ 435 ล้านบาท จากจำนวนทั้งหมด 630 ยูนิต มูลค่าโครงการรวม 932 ล้านบาท

ด้วยการลงทุนพร้อมด้วยเปิดโครงการในช่วงปลายปี 57 สืบเนื่องถึงปี 58 นั้น นายวิรัตน์ ระบุว่า โครงการแรก ซึ่งตามแผนเดิมจะเปิดปลายปีนี้ คงขยับไปต้นปีหน้า ซึ่งหมายความว่าโครงการคอนโดฯ ย่านอโศก-รัชดา พัฒนบนเนื้อที่ 700 ตารางวา มูลค่ากว่า 1,300 ล้านบาท เนื่องจากอยู่ในขบวนการการจัดทำรายงานการประมวลผลกระทบสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) คาดการณ์ว่า ราคาขายในเบื้องต้นประมาณ 1.5 แสนบาทต่อ ตร.ม.

โครงการบ้านหรูระดับพรีเมียม บนเนื้อที่ 7 ไร่ ภายในโครงการการ์เดน อโศก-พระราม 9 จำนวน 20 กว่ายูนิต ขนาดพื้นที่ 50 ตารางวา ราคาขายอาจจะมากกว่า 20-25 ล้านบาท

โครงการทาวน์โฮม บริเวณสวนสยาม เนื้อที่ 5 ไร่ จำนวน 40 ยูนิต มูลค่าโครงการ 200-250 ล้านบาท โครงการบ้านแฝดในเฟสที่ 3 ในโครงการ กฤษดา แกรนด์ พาร์ค รังสิต จำนวน 100 ยูนิต มูลค่าขาย 200-300 ล้านบาท โครงการแนวราบในจังหวัดชลบุรี มูลค่าโครงการ 900 ล้านบาท โครงการโฮมออฟฟิศ จำนวน 33 ยูนิต ราคาขาย 7-9 ล้านบาท ช่วงปัจจุบัน ขายได้แล้ว 8 ยูนิต ซึ่งอยู่หน้าด้านโครงการกฤษดา 19 อย่างไร ทางเอคิว ยังมีที่ดินประมาณ 80 ไร่ ในโครงการกฤษดา 19 สามารถรองรับการพัฒนาได้หลายเฟส มูลค่าโครงการไม่ต่ำกว่า 1,300 ล้านบาท

สำหรับเป้าหมายการดำเนินงานในปี 57 ตั้งเป้ายอดขายไว้ 2,800 ล้านบาท ยอดรับรู้รายได้ 1,900 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 3 มียอดรับรู้รายได้ 1,400 ล้านบาท ส่วนเป้ายอดขายในปี 58 ประมาณ 3,500 ล้านบาท.

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์    12 พฤศจิกายน 2557 19:08 น.

« Older Entries